۞§ ๛† 13 Ø×- G...'s profile_/¯|_/¯`•._ JUST LEAVE M...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 29

    ⋛⋚⋛⋚⋛⋚⋛⋚⋚⋛⋚⋋⋌≯ Sawasdika ≮⋋⋌⋛⋚⋛⋛⋚⋛⋚⋚⋛⋚

    '

     

     

     

     

     

    ไงทุกคนบนโลกนี้ สุขสบายดีหรือ 555+ วันนี้ก็มีเรื่องอะไรจะพูดกานนิดหน่อย ค่อนข้างจะเป็นวิชาการ เออ...แล้วก็นะ สำหรับ ม 6/10 ที่เขียนแซวที่จะลงหนังสือรุ่นอ่ะ

    เดวลงให้ อ่านกัน ไม่พอใจตรงใหน บอกเลย เดวจะแก้ให้หมดเขตวันที่ 11 ส.ค.น้า

    หลังจากที่ไม่ได้ อัพมานซะนานเลย ก่อนที่จะเข้าเรื่อง ขอบ่นก่อนละกัน ช่วงนี้ จิตใจ เริ่มมืดมดหนักหนา สาเหตุเพราะว่า ตกวิชาภาษา อังกิด ของมะลิวัน ไอ้แม้วน้ามเอ๋ย! ช็อคมากสุดๆ เป็นครั่งแรกในชีวิตที่ตก ภาษาอังกิด โวย...... เอาเหอะยังไงก็ตามแต่ วันพฤหัสที่ผ่านมา ก็โดนต่อยด้วยเรื่องงี่เง่าที่สุดในโลก เฮอ... เอาจิงๆ ตอนนั้น ขี้เกียจมีชีวิตอยู่อ่ะ ก็เลยคิดว่า โดนมานฆ่าซะก็ดี น่าเบื่อจิงๆเลย เอาเหอะยังไงก็แล้วแต่ เหนหลายคนถามว่า เครื่องหมายสวัสดิกะที่ขีดอยู่บนหลังมือซ้ายคืออะไร หมายความว่ายังไง เดว จะตอบให้หมดเลย

    สวัสดิกะ เป็นเครื่องหมายที่รู้จักกันทั่วโลกเนื่องจากสงครามโลกครั่งที่ 2 แต่ สัญลักษณ์ นี้ใช้กานมานานแล้ว ความหมายคือ "เชื่อมั่นในตนเอง" เฮอ....แค่นี้ละ คนเราไม่ควรเชื่อหรือพึ่งอย่าอื่นมากเกินไป ความเชื่อมั่นในตัวเองจนถึงที่สุด แม้ว่า ใครๆจะว่าที่เราทำนั้นผิด แต่หาก ถ้าตัวเราเองยืนยันว่าถูกต้อง ต่อให้ตายก็นับว่าถูกต้องสิ่งใดที่คิดว่า ผิดต่อให้ พระเจ้าลิขิตให้ถูก ยังไงมันก็ผิด ไม่ควรเชื่อคนอื่นหรือพึ่งพาใครๆ คนเราควรอยู่โดดเดี่ยวเพื่อ จะได้ไม่อาลัยอาวรโลกนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ยังไงๆ ตัวข้าก็อยู่คนเดียว....

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    May 28

    This Is Who We Are

     

    เปิดเทอมมาได้ 2 อาทิตย์แล้ว มานก็สนุกดีหรอกเนอะ? คงงั้นมั้ง แต่ว่านะ ถ้าไป รร ก็ต้องเจอกับใครบางคนนะสิ นั้นสิที่ไม่ดี บางที เค้าอาจจะไม่อยากเจอเราก็ได้ ทามไมถึงเป็นแบบนี้ ตัวข้าเองก็ไม่เข้าใจ   

    วันนี้ไม่มีไรจะเขียนมากหรอก แค่งงๆ กะชีวิตน่ะ บ้างอย่างในชีวิตเกิดโดยที่เราไม่ได้อยากให้เกดิบางอยางเราอยากให้เกิดก้ไม่เกิดมันน่าเศร้าเนอะ?

    ความรักนิเปงอะไรแย่จิงๆ ไม่เหงมีประโยชน์เลย แต่ คิดอย่างนั้นมันก็คงไม่ถูก ดังนั้น คำถามคือ "ทำไม"?

    ทำไมคนอื่นมีความรักแล้วดี ทำไมคนบางคน รักแล้วไร้ค่า มันก็คน ตัวเราเองก็คงไม่ดีด้วยละ แม้ว่า เราจะพยายามแค่ใหน เราก็ไม่มีทางดีเท่าคนที่เทอรักหรอก ดังนั้น จะให้เราทำยังไงละ?

     ในเมื่อคิดๆไป ก็ยิงรู้สึกเหมือนตกลงไปสู่นรกมากขึ้น วันนี้ไม่มีหลักปรัชญามาให้อ่านเล่นแก้เซ้งกัน

    คนบางนั้นเกิดมาเพื่ออยู่คนเดียว คนบ้างคนไม่สามารถรักใครได้ เปงธรรมดาที่จะไม่มีคนจะมารักคนอย่างนั้น แม้ว่าจะมีภาพลวงปรากฏขึ้นมา แม้ว่าเราคิดว่าภาพลวงนั้นเป็นที่อยู่ของเรา แต่ ท้ายสุดนั้น เราก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี ไม่มีความเหงา ไม่โดดเดี่ยว ไม่เรียกร้อง ไม่สนใจ ไม่คิดอะไร ไม่สังเกต ไม่เห็นค่า ไม่เข้าใจ ปล่อยให้ทุกอย่างถูกเปาไปพร้อมกับ ไฟ แล้วท้ายสุด เราก็จะอยู่คนเดียว ไม่มีคนมาสนใจ ใส่ใจ ดูแล ห่วงใย แต่ ของแบบนั้นไม่จำเป็นหรอก เพราะ แม้ว่าคือจะห่วงแค่ใหน ดูแลเท่าใด คนอื่นก็ยังเป็นคนอื่น เมื่อใดเราหมดประโยชน์เราก็จะถูกทิ้ง

      

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     I'm always alone .I don't need anything. I don't want anything I don't care anything. I don't love anything.I 'm

    L U D A C R I S

     

    April 28

    หมดเงิน หมดกำลังใจ

     

     

     

     

     

    วัน อาทิตย์ที่ 23
    ข้าพเจ้า และคณะได้ไปเที่ยว ดรีมเวอร์กาน
    คณะ 15 ชีวิตประกอบด้วย
    เสี่ย (มงคน) แชมป์ (หัวหน้าคณะ)
     ปะ กี้ ยด อู่(น้องของท่านยด)ท่านหยา
     คุณอาชว์ ท่านบอล ท่านไฝ ไอ้คุนแก่
    คุณชางน้อย ไอ้คุณสุเมธ ท่านโอ๊ต กระผม
    ก่อนจะออกเดินท่าน ข้าพเจ้า
    มีเงินติดกระเป๋าไม่เท่าใหร่ แค่ 5000 กว่าบาทมีคนนัดเรามาตั่งแต่ก่อนว่า มา 7 โมง แต่รถดันมาเอาจิงๆ9 โมง ถแถม ไอ้คุณเสี่ยมานกล่าวว่า มานจะมา 7:30
    แต่ถพอเอาจิงๆ มันมา 8.59 รถออก 9.00

    เมื่อถึงดรีมแลน(เวอล์)หลังจากที่นั่งรอตรงหน้า ทางเข้ามา
    เปงเวลานาน อากาศก็ร้อนแทบจะบ้า ในที่สุดก็ได้เข้าในเวลา
    10.00 เมื่อเข้าไปแล้ว มานก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากข้างนอกเลยแม้แต่น้อย สิ่งแรกที่พวกเราเข้าไปเล่นทันที่ๆเข้าดรีมแลน มันก็คือ "บ้านยักษ์" (สำหรับคนที่ไม่รู้มานคืออะไร มานคือที่ๆ น่าตื่นเต่นมากที่สุดน่าหวาดกลัวมากจนทำให้รู้สึกง่วงนอน)
    เมื่อออกมา ท่านแชมป์ก็ยืมมือถือข้าพเจ้าไปใช้(เปลี่ยนซิม)แล้วก็แยกทาง(ทิ้งเพื่อน) ต่อมาก็เข้าไปในบ้านผีสิง ไม่มีไรย่ากลัวเลย ที่จะฮาสุดคือเราได้หลอกไอ้หยา มานตกใจหน้าซีด 5555พวกเราก็ไปต่อที่แกรนท์แคนย่อน แต่เนื่องจาก มันยังเปียกไม่สะใจ พวกเราจึงตัดสินใจไปที่ วอเตอร์สแปลช์(มั่วเอา) มานคือ เรื่อที่ดำน้ำทามให้ผู้คนเปียกโชก หลังจากที่เปลียกกานสะใจแล้ว เราก็ไปเล่นอะไรอีกหลายๆอย่าง เช่น รถไฟรูปร่างน่าสงสาน (มีหัวขบวนเปงรูปหนู) ดูจากภายนอกมานเหมือนจะสนุก แต่เอาเข้าจิงๆ ก็รถไฟหวานเย็นชัดๆ ไม่เห็นสนุกตรงใหนเลยนั่งวน 2 รอยมานน่าเบื่อสุดๆ  Spiders ไปยืนเข้าคิวเปงสิบๆนาที เล่นได้แค่แปปเดียวเอง ไอ้เราก็งงๆ ว่า ทามไมชาวบ้านมานแหกปากกาน มานก็หนุนแบบเอื่อยๆ ลมเย็นสบาย น่าสนุกออก แล้วหลังจากที่ลงจาก Spiders แล้ว
    หลังจากนั้น พวกเราก็ไปเข้าคิว ต่อรถไฟห้อยๆ (จำชื่อไม่ได้) คิวยาวอย่างสาด ยังดีที่ไม่ได้ร้อนตับแตก งานนี้ มีคน ถูกรีไทล์ คือ นายอาชว์ ท่านยด แล้วก็ผู้ติดตามท่านยด (อู่) เมื่อได้เล่น มานไม่เห็นมีอะไรเลยจิงๆ น่าเบื่อแบบสุดๆ แถมยังมีไอ้เสี่ยคอยแหกปากตะโกนอยู่ข้างๆ หู แล้วพวกเราและคณะก็ไปเล่นเมื่องหิมะ ระหว่างต่อคิว อันยาวเหยียด คุณแก่ก็เริ่มมีอาการ (หนัก) เมื่อพะวกเราเข้าไปใหนเมืองหิมะ เราก็รู้สึกเย็นเหมือนกับขึ้นสวรรค์ แต่ไปๆมาๆ ก็เริมรู้สึกร้อนตับแลบ ร้อนมากจิงๆ หลังจากที่คนอื่นๆ เริ่มโดนหิมะกัดกินสมองแล้วเริมทำบ้าๆเช่น นอนบนพื้น หรือ พยายามมุดเข้าบ้านหิมะ กระผมก็ลืมสังเกตุว่า ท่านแก่ได้หายตัวไปเสียแล้ว
    ไม่นานทุกคนก็ออกกานหมด
    แต่ เมื่อเรากออกมาจากเมื่องหิมะแล้ว ทันใดนั้น "โป๊ะ" แว่นของข้าพเจ้าก็กลายเปง 2 ส่วน HOLY SHIT งงอย่างแรง สุดท้ายก็ได้คำอธิบายทางวิทยศาสตร์  ว่า เย็น + ร้อน = พังทลาย มิหน่ำซ้ำ เราได้พอว่าแหวนสุดแกร่ง (1200 บาท )ได้หายไม่เสียแล้ว NOOOOO ดังนั้นเราจึงได้ไปเล่นต่อทั้งๆ แว่นแตก
    เราไปเล่น รถไฟตะลุยนรก(อวกาศ) ระหว่างเข้าแถว นายอู๋นายยดกะลังเล็งเด็กที่เข้าแถวข้างหน้าเรา โดยหมายจะขอเบอร์เมื่อออกมาข้างนอก แต่ทันใดนั้นเมื่อเราออกมาเส็ด กะลังจะขอเบอร์ สตรีนางนั้นก็วิ่งเข้ามาหา นาย สุเมธ (แหวกพวกที่ขวางอยู่)แล้วบอกว่า "พีหนูขอเบอร์ให้เพื่อนหนูได้มั้ยค่ะ?" ช๊อคสุดๆ
    ท้ายสุด เราก็ไปต่อคิวไวกลิ้ง หลังจากต่อคิวไม่นานก็ถึงตาเรา ในตอนแรกก็ไม่ได้คิวว่าเปงการเล่นที่สนุกไม่ได้คาดหวังอะไรเอาไว้มากมายคงเปงแบบแกว่งกล่ามเด็กนอน คงจะเซ็งๆ แต่ เมื่อได้เล่นแล้ว มานไม่ใช้ ไวกลิ้ง แต่มากคือเรื่องทัวร์นรกชัดๆ ขึ้นไปที 100 องศา  เมื่อตอนนั้นทางดรีมแลนก็กะลังปิดทามการ เมื่อถึงคิวเรา  ผู้คุมก็ถามว่า "เอาอีกมั้ย?" ทั้นใดนั้นก็มีเสียงว่า "เอาอีก" ผู้คุมไม่รอชา รีบจัดให้เลย ไวกลิ้ง 2 รอบเล่นเอาตายไปตามๆกัน หลังจากนั้น ก็พอกานไปถ่อยรูปวิวยามดึก แล้วก็พากันไปกิน หมูกะทะ "ปลาทอง" กิงไปกิงมา อิ่ม เพราะทั้งวันไม่ได้กิงอะไรเปงชิ้นเปงอันเลย ท้ายสุด คุณเจียง ก็เปงคนจ่ายตัง 5555
    สรุป
    คนที่โชคดีที่สุด นาย สุเมธ = ได้เบอร์สาว
    คนที่ซวยที่สุด นาย จันทรภัทร์ = สูนเสี่ยแว่น และ แหวนอันมีค่า  

    ----

    ----

    ----

    ----

    ----

    ----

     

     

    April 18

    ทามไมถึงลืมกานได้

     

     

     

    THE FROSTZEN LUDA

     

     

     

     

     

     

    มาละ สงสัยอย่างนึง เพลงมานไม่เข้ากับรูปจิงๆ หลอ? ทามมายอ่า
    เอาเหอะ ไม่เข้าเดวเราก็เปลี่ยน ก็ได้ฟระ ไม่ใช่เรื่องใหญ่

    วานนี้ ก็ไม่มีอะไรอีกตามเคย ไม่มีอะไรจะเขียนเลย
    นอกจากความซวยประจำวัน เช่น โดนแม่ด่า โดนใช้งาน
    โดน ไถ่เงิน ก็เปงเรื่อง ปกติ ไม่เครียด ชิวๆ
    วันนี้ ได้ ดู MV เพลงอะไรซักอย่าง สนุก
    มากเลย ใครว่างๆ ก็เข้าไปดูนะ
    http://www.jabchai.com/main/view_joke.php?id=1333
    ขอบอกว่า มันส์มาก ไม่ดูจะเสียใจ เกี่ยวกับ หุ่น ยน ตัวหนึ่ง
    ข้าพเจ้าดูมานทุกวานเลย
    จะได้ย้ำเตือนตัวเอง ว่า ให้ทามแบบ หุ่นยนนั้น
    5555
    เอาเหอะ
    วันนี้ ขอบ่นกอน
    แต่ขอบ่นอะไรหน่อยนิสนึง
     ตั่งแต่งานร่วมรุ่น อนุบาลสามเสน
    ก็มีเพื่อนอนุบาลสามเสน add มาให้ไม่ขาดสาย
    แต่ทว่า
    ทุกๆ ท่านที่ add ข้าพเจ้ามา มานไม่เมคนจามกรูได้เลยซรากคนเดียว
    ต้องยอมรับละว่าเรามานไม่เด่น แถมทั้งหน้าตา ทั้งนิสัยก็เปลี่ยน
    พอบอกชื่อจิงไป บางคนก็นืกออก ส่วนใหญ่ก็นึกไม่ออก
    มานเปนยังไง กาน..ฟร้า

    เอาละไม่มีไรจะเขียนมากละ
    แต่วานนี้มีคนเตือนเรื่องบุหรี่ว่ามานมีโทษมากมายนัก
    เราก็สงสัยว่า ทามไม ไม่มีคนนึกถึง ประโยชน์ของบุหรีบ้างละ
    บุหรี่ โทษคือ
    1.ทามให้ ถุงลมหายใจโป่งพองรวมเปงอันเดียวกาน และทามให้ถุงลมดามปี๋ด้วยซึ่ง ทามให้เกิดเกิดมะเร็งปอด
    2.ทามให้ ฟันดำ ปากดำ ลิ้นดำ
    3.เสียเงินโดยเปล่าประโชยน์
    4.ทามให้ เสียบุคคิกภาพ
    เมื่อพูดหยั่งงี้ ใครๆก็ต้องคิดว่าบุหรีมานน่ากลัว ไม่น่าสูบ
    แต่เมื่อเรากำจัดอคติแล้วเราจะพบว่า บุหรีนั้นมีประโยชน์มากด้วย
    1.ไล่ยุง แมลงวัน และสัตว์น่ารำคาญซึ่งอาจจะแพร่เชื้อโรคให้เราได้
    2.ทามให้เราสบายใจ โล่ง ปปลอดโปร่ง สมองโล่ง ทำให้ไม่เครียดจะฆ่าตัวตาย
    3.สามารถดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์  เช่น เมื่อเราเดินไปที่ก้องขยะเน่าๆ เราสามารถจุดบุหรี่
    เพื่อดับกลิ่นเน่าๆ ได้(กลิ่นบ้างอย่างเราอาจจะยอมดมมะเร็งดีกว่าก็ได้)
    4.ทำให้หายง่วงนอนได้ บ้างครังเราอาจจะง่วงนอนมากแต่เราจำเป็นต้อง ทามงานต่อ เราสามารถ สูบบุหร่ ได้ เพื่อให้ตื่นหรือเราสามารถกิงกระมิงแดงได้ ให้ผลคล้ายๆ กาน
    เอาละทุกท่าน คิดว่านี้ คงจะทำให้ท่าน เข้าใจมากขึยว่าทามไมคนหลายๆคน จึงยังไม่
    เลิกสูบบุหรี่


     

     

     

     

     

    April 16

    The man and The monnlight

    </TABL

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     


     มาลองอะไรใหม่ๆเล่น

    คนเราในชีวิตมานต้องมีอ่ารั้ยใหม่บ้าง ละน่า

    วันนี้ตั่งชื่อ Blog ตามชื่อรูป แบคกราวนะท่าน

    เออใช่ วันนี้มีคนถามว่า

    ไอ้ LUDA CRIST มาน

    คือ

    อารัย

    เพื่อคนที่สงสัยมากๆ แล้วไม่ว่ายังไงก็ต้งรู้ให้ได้

    คำว่า LUDACRIST นั้น จะแยกเปง 2 คำ
     Luda มาจาก Judas ผู้ทรยศพระเยซูบุตรของพระเจ้า
    ในคัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ นิกาย ออเทรด๊อกซ์ (Orterdoes)
    ซึ้งนับถือกานอย่างแพร่หลายในประเทศแทบสแกนดิเนเวีย ได้เรียก
     JuDas ว่า Ludas จึงเป็นที่มาของคำว่า LuDas
    ส่วนคำว่า Crist มาจากคำว่า  [Jesus Crist]
    ซึ่งก็คือพระเยซุ ดังนั้น ความหมายโดยรวมของคำว่า LuDaCrist
    จึง แปลว่า "ผู้ทรยศพระเจ้า" ครับท่าน 

    วันนี้ก็ผ่านไปโดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    ตืนมาก็ทามงานบ้าน กิงข้าว นอน ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงเลย
    แต่ยังไงก็ต้องเจอความซวยอยู่ดีละ ทุกๆวันก็ต้องเจอความซวย
    ความซวยวันนี้คือการที่ สมเด็จพระเจ้าแม่กุใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท(แม่) ได้เสด็จไปเยี่ยม
    ชมศูนย์หนังสือจุฬา พร้อมด้วยข้ารับใช้ส่วนพระองค์ (กระผม)
    สมเด็จพระเจ้าแม่กุใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ประทานราชวโรกาศให้ข้ารับใช้
    ได้ประทานถือหนังสือนิยายไร้สาระ
    เมื่อสมเด็จพระเจ้าแม่กุใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเสด็จไปถึงแคชเชียร์ ทรงทราบว่า
    พระองค์ทรงลืมพระกระเป๋าเงิน เอาไว้ที่มหาราชวัง ......
    สมเด็จพระเจ้าแม่กุใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จึงรับสั่งให้ ข้ารับใช้ส่วนพระองค์จ่ายเงินไปก่อน
    โดย ให้สัตย์ว่า จะทรงชดใช้ให้ เมื่อ พระองค์ทรงเสด็จมาถึงมหาราชวัง ทรงกลับลืมคำสัตย์นั้นเสีย
    ข้ารับใช้จะทำไงได้ จึงได้นั่งเซ้งกะความจังลัยของชีวิต

    วันนี้เราจะพูดถึงเรื่อง การปกครอง(ในครอบครัว)
    1.ระบบศํกดิ์นา
    ทุกๆแห่ง แม้ว่าจะเป็นที่ใดก็ตาม เมื่อมีคนจำนวนมากมาอาศัยอยู่ร่วมกัน ก็จะมีระบบศักดินา
    ยกตัวอย่างเช่น ในบ้านที่อยู่อาศัย ลำดับความสำคัญ หรือที่เรียกว่า "ลำดับการอวดเบ่ง"
    นั้น ไม่เท่ากัน อาจจะบ้างที่ แม่ ใหญ่สุด พ่อ รองมา และ ลูก เล็กสุด หรือ พ่อ ลูก แม่
    โดยปกติแล้ว ความครัว ปกตินั้น จะมีการแบ่งลำดับตามความอวุโส (แก่)
    แต่ บางครอบครัวอาจจะแบ่งที่ ความสำคัน เช่น ใครหาเงินได้มากกว่า ก็ใหญ่สุดเป็นต้น
    2.ระบบ ประชาธิปไตย
    เป็นระบบที่ใช่ได้ดี (มั้ง) เป็นระบบที่สมาชิกในครอบครัวจะออกเสียงโหวตว่าต้องการทำสิ่งใด
    ซึ่ง หากครอบครัวนั้นพร้อม ก็จะเป็นระบบที่ดีมาก เพราะสมาชิกส่วนใหญ่ พอใจ แต่ก็เป็นระบบที่
    มีปัญหามาก เช่น ในกรณี มีสมาชิกครอบครัวเป็นจำนวนคู่แล้วผลตัดสินออกมาเท่ากัน ก็จะพาลทะเลาะ
    กันเปล่าๆ หรือ ในกรณีที๋โหวตไปคนละอย่าง คนละ 1 เสียง ก็จะไม่มีผลตัดสินที่แน่ชัดซึ่งในกรณีนี้
    จะเสียเวลาไปเปล่าๆ
    3. ระบบถ่วงดุลอำนาจ
    เป็นระบบที่เมื่อในครอบครัวมี 2 ขั้วอำนาจใหญ่ ซึ่งส่วนใหญได้แก่ พ่อ และแม่ ลูกๆ ก็จะ หันไปหันมา
    ระหว่างพ่อ และ แม่ เช่นในกรณีที่ ลูกอยากได้ของเล่น ก็ไปขอพ่อ เมื่อพ่อว่า ก็หันมาหาแม่เพื่อให้แม่
    เป็นกันชนระหว่างพ่อเป็นต้น
    4.ระบบเผด็จการ
    ไม่จำเป็นต้องอธิบายมากในระบบนี้ ในบ้านจะมีเพียง 1 ขั่ว อำนาจใหญ่เท่านั้นซึ่งจะปกครองครอบครัว
    โดยท่านผู้นำสั่งคำใหนต้องเป็นคำนั้น ต้องทำอย่างนั้น แต่ที่ท่านผู้นำสั่งทันที ไม่มีข้อโตแย้ง โดยส่วนใหญ่
    จะเป็นระบบที่เรียกว่า "ระบบพ่อเป็นใหญ" ทุกคนในครอบครัวต้องเคารพพ่อเห็นใจพ่อ เป็นต้น

    ระบบการปกครองในครอบครัวบ้างครอบครัวก็อาจจะเปลียนแลงไปตามสถานการณ์ แต่ โดยรวมแล้ว

    ครอบครัวคุณเป็นแบบใหน ?

     

     

    April 14

    Songkran or Songkram สงกรานหรือสงคราม

    Son of the God
     
    เวรตะลัยชาติหมา.....
    ขออถัยที่เริ่มต้นด้วยคำหยาบคายและไม่สุภาพแต่มันอดไม่ได้จิงๆ
    วันนี้ละที่เพิงจะรู้ว่า ไอ้พวกโง่เง่าที่เล่นสงกรานมันน่ารำคาญแค่ใหน
     
    เรื่องมีอยู่ว่า
    วันนี้ ไปต่างจังหวัด เพื่อไป สาดน้ำพระ
    เนื่องจากญาติๆ เยอะ เราจึงได้เงินเยอะตาม (ปีใหม่)
     
    ขณะที่กะลังเดินๆ อยู่ นับแบงค์พัน มากมาย ที่มีอยู่ ยังไม่ทันเก็บใส่กระเป๋า
     
    ตูม!! ซ่า?? โป๊ก!!??
     
    สิ่งต่อมาที่เห็นก็คือ คนหัวเราะ ขันน้ำที่เพิงกระแทกหัวเรา  และแบงค์พันที่เปียกโชก!!!???
     
    ด้วยความช็อคจึงได้ ตะโกนลั่น แบงค์พันนะท่าน แบงค์พันไม่ใช่ ใบเดียว แต่ 5 ใบ ........
    ความซวยมีจริง
    เรื่องซวยๆ เกิดขึ้นกับพวกเราตลอด แม้ว่าเราจะไม่รู้ก็ตาม ก็ยังเกิดขึ้น
     
    วันนี้ ไม่มีไรจะพูดมากอีกละ
     
    เอาเหอะท้ายสุดนี้ จะบอกอะไรให้
    สงกรานน่ะ มานคือ ประเพณีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม สิ่งที่ทำกันในสงกราน
    สมัยก่อน
    1 . รดน้ำ โดยใช้ขัน แล้วเวลาสาด ไม่ใช่ สาดไปทั้งขัน แต่สาด โดยใช้มือพรม แล้วน้ำที่สาด ก็จะมีการใส่น้ำหอมด้วยเพื่อให้มีกลิ่น และจะเล่นกันอย่างสุภาพโดยก่อนที่จะสาดก็จะกล่าวสวัสดิ์ดีปีใหม่เสมอๆ แม้ว่าจะรู้จักหรือไม่ก็ตามและส่วนใหย่ก็จะเล่นกันกับผู้คนแถวๆบ้าน หรือในหมู่บ้าน
    2. สรงน้ำพระ คือการอาบน้ำให้พระ (ทั้งทองเหลือง และ ก็พระเปงรูปๆ) โดยที่เพราะจะให้พร
    3. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ การที่เราจะเทน้ำรดมือ ศีรษะ ผู้ใหญ่และก็อวยพรให้ แล้วผู้ใหญ่ก็จะให้พรเด็กๆ
     
    ปัจจุบัน
    1 . สาดน้ำ โดยใช้อุปกรณ์ทุกชนิดเท่าที่จะหาได้ทั้งบ้องสูบ(น้ำนะไม่ใช่กัญชา)
    ปืนฉีดน้ำ ขัน หรือแม้แต่เครื่องพ่นน้ำ น้ำที่ใช้ เนื่องจากน้ำในปัจจุบันนั้นหาง่ายเช่น น้ำก๊อก น้ำประปา (ยังพอทน) แล้วพอไอเดียและความคิดสร้างสรรค์เริ่มบรรเจิดก็มีน้ำประเภท น้ำเย็นสาดๆ น้ำผสมแป้ง น้ำผสมเบียร์ น้ำผสมแป้ง น้ำผสมสี (แปลกดีแฮะ) และเมื่อน้ำเริ่มหายากหรือเริ่มที่จะขี้เหนียว น้ำคลอง น้ำคู หรือน้ำขังตามถนน(แย่แฮะ มีจริงๆ นะ) แถมบ้างครั้งน้ำแปลกๆ หลากหลายชนิดไม่พอ ยังมีวตถุแปลกปลอมอีกด้วย เช่นก้อนน้ำแข็ง ก้อนแป้งที่ยังไม่ละลายดี ก้อนสี ก้อนหิน!? ขวดเบียร์ หรือแม้กระทั้ง ขันน้ำ รวมทั้งเมื่อกาลเวลาผ่านไปคำทักทายก็เริ่มเปลียนไปด้วย เช่นก่อนสาดน้ำก็ต้องมีคำทักทายเช่น "นี้แน่ะ" หรือ "เอาเลย!" แล้วพอสาดไป สาดกันมา ก็จะมีคำตอบรับกัน เช่น "พ่อเมิงตายเรอะว่ะ?"  หรือ "ไอ้หน้าเหี้ยสาดกุทำห่าไร พ่อเมิงไม่มีให้สาดเรอะ" เป็นต้น แล้วปัจจุบัน ก็มีการขนน้ำขึ้นรถ เพื่อทำการโจมตีกันเป็นระยะกว้างขึ้น ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นการเตรียมการที่จะไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน หรือ เป็นการที่ขึ้นรถเพื่อไปรบวนสมรภูมิที่ไม่มีวันกลับกันแน่ (?) อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆก็ทันสมัยขึ้น กระสุน(น้ำ)ก็มีความแปลกใหม่มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อที่จะทำลายฝ่ายตรงข้าม(?)ให้หมดสิ้น หรือ(?)
    2.การสาดน้ำพระ ในปัจจุบัน การเล่นสงกราน(?) ก็เป็นการละเล่น (?) กันของคนทุกชนชั้น แม้ว่าหม่อมเจ้าเอยหรือ คนธรรมดาเอ้ยทั้งรวยและจนต่างเล่นกันหมด ดังนั้น ทามไมพระจะเล่นไม่ได้(?)  ไอ้พระที่จะเล่นก็เล่นไป ถอดผ้าเหลืองเอาแป้งเทียวป้ายเค้าไปเรีอยก็ตามใจเมิง แต่พระที่ไม่ได้จะเล่นด้วย เดินบิณฑบาตรอยู่ดีๆ ก็โดนตูมซ่า เละ.... ของในบาตรก็ไม่ต้องพูดถึง
    3.การกดน้ำตามหัวผู้ใหญ่ สงกราน(?) ในปัจจุบันนั้น เป็นการละเล่นที่เปิดกว้าง อาม่าอายุ 80 ก็สามารถไปเล่นได้ ปู่ชิวอายุ 90 ก็สามารถเอาแป้งไปปะเด็กสาวๆ ได้ เด็กผู้ชายอายุ 15 ก็สามารถเอาน้ำสาดอาม่าอายุ 80 ได้ เอาแป้งไปปะอาม่าก็ได้ ปู่ชิวอายุ 90 ก็สามารถขึ้นไปเต้นบนรถแล้วโดนน้ำฉีดก็ได้ .....
    สงกราน คืองานที่เปิดกว้างต่อทุกๆ คน ทุกๆ รุ่น ไม่จำเปงต้องเปงหนุ่มสาว อาม่า และปู่ชิวก็สามารถเล่นได้ นับว่าดีจริงๆ
     
    ท้ายสุดนี้ สงกรานนั้น เปงการละเล่นแบบไทยๆ แต่บ้างครั้ง อะไรๆ ก็เปลียนไปตามกาลเวลา ตอนนี้ มานก็มีสภาพ เหมือนกับสงครามกลางเมืองพออยู่แล้ว เดินไปที่ให้ก็โดนลูกหลง ไม่แบ่งชนชั้น ไม่แบ่ง คนที่จะเล่นหรือไม่เล่น มานไม่ใช่งานสรกรานอีกต่อไปแล้ว บัดนี้มานคือวัน
     
    สงคราม 
     
     
     
     
     
    April 13

    what da hell?

    What wrong with all of you
     
    ทามไมอ่า ไม่ชอบสีแดงกันหรือทุกๆคน สีแดงมานเปงยังไงอ่า? งง ทามไม่มีแต่คนบ่นเรื่องสีแดงฟร่ะ
     
    วันนี้ไม่มีไรจะพูดมาก (พิมพ์) เรื่องที่มีจะบ่นเยอะๆก็ ความซวยประจำวัน
    ในเมื่อความซวยเปงสิ่งที่จะต้องเกิดในชีวิตเราแน่ๆ อยู่แล้ว จะสนใจไปทำไม ในเมื่อยังไงทุกวันเราจะต้องซวยอะไรซักอย่าง แล้วเราจะมานั่งบ่นกันทำไม เฮอ
    (นิเมิงไม่ได้บ่นเรอะ?)
     
    วันนี้มานอนๆ คิดๆ ดูแล้ว ก็สรุปความซวยได้เยอะมาก แต่ 1 ในความซวยสุดยอดเลยก็คือ
     
    ได้เกิดมาเจอไอ้ ก (ไม่สามารถเปิดเผยนามได้) หรือที่เรียกกันว่า ไอ้ ลาว
    วันนี้ เราจะมาพูดเรื่อง ความลาว
    "ลาว" มีความหมายตามพจณาณุกรมราชบัณฑิต พ.ศ. 2432 ว่า
    หมายถึง ประเทศหนึ่งซึ่ง ตั่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
    คนลาว คือ ประชากรที่มีเชื้อชาติลาว อาศัยในประเทศลาว
     
    ความลาว: ภัยทำลายโลก
     ความลาวมีลักษณะไม่แน่นอน เป็นไวรัสชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า (KOI) หรือเรียกว่า ก๋อย แต่ปัจจุบัน มีการแพร่พันธุ์ โดยมีการแตกหน่อและฟักตัว โดยผู้ที่ค้นพบไวรัส คนแรก นาย ยด(นามสมุติ) ได้พยายามเตือนผู้คนหลายครั้งแต่ ไม่มีใครสนใจคำเตือน ไวรัสนี้ ถูกเรียกใหม่ว่า [KITTINOAY] กิตติโนวย
    ลักษณะของความลาว มีอาการอยู่หลายระดับ จะแบ่งออกเปง ระยะ อาการ
    ระดับ 1 ระยะ ติดเชื้อ
    ผู้ที่อยู่ในระยะนี้ จะมีอาการทางจิตเล็กน้อย จะชอบด่าคนอื่น ขี้อวด ซู่มซ่าม พูดผิด ปล่อยมุขแป็ก เหม่อลอย หลงตัวเอง แต่จะอยู่ในระดับที่น้อยมาก จนแทบจะไม่มีใครสังเกตุ
    ระดับ 2 ระยะ เพิ่มจำนวน
    ในระยะนี้ไวรัสก็จะเพิมจำนวนเปง ล้านๆ เท่าของระดับ 1 ซึ่งจะส่งผลให้ มีอาการอวดเบ่ง และ โชว์ออฟมากขึ้นจน สร้างความรำคาญให้กับผู้คนรอบข้าง ตั่งแต่กลางๆ จนถึงมากที่สุด
    ระดับ 3 ระยะ จำศีล
    ระยะนี้ ไวรัสจะเข้าไปฝันตัวอยู่ในสมอง เพื่อกัดกินทำลายสมองมาจากภายใน เหยื่อที่น่าสงสาร จะหลุดพ้นจากอาการลาว และพยายามขออภัยบรรดาเพื่อนๆ
    กับสิ่งที่ตนได้ทำไประหว่างติดเชื้อ
     
    ระดับ 4 ระยะ ระเบิด
    ไวรัสที่ฝังตัวอยู่ในร่างกายก็จะปะทุขึ้นมา ทำให้เกิด อาการ บ้า จะ ขี้โม้ จนถึงขนาดโกหก มั่วซั่ว ซุยไม่เข้าเรื่อง ทำตัวโง่เสือกไปซะทุกเรื่อง ด่าคนอื่นตลอดเวลา ไม่รู้จักคิด ทำตัวบ้านนอก ในระยะนี้ ไม่สามารถช่วยเหลือได้แล้ว จะไม่มีคนคบ อีกต่อไป
     
    ผลเสียของไวรัส
    ไม่มีคนคบ จะถูก ban
     
    วันนี้ยังไม่สายที่คุณจะรักษาอาการเหล่านี้ หากท่านพบว่าตัวเองมีอาการเหล่านี้อย่าพึ่งตกใจ คุณสามารถแก้ได้ เพียงแค่ พยายามไม่อวด ไม่กวน ไม่ทำตัวลาว ท่านก็จะหลุดจากโรค ลาวเรื้อรังได้
     
     
    อย่าให้ความลาวครอบงำลูกหลานท่าน
     
     
    April 12

    The bullet and the love song

    Holy shit
    what happened to this world..
     สาดแว่นหายเยดแม่ง กุว่างเอาไว้อยู่ดีๆ เสือกหายซะงั้น
    วันนี้ต้องไปเรียนพิเศษก็ดันหาหนังสือไม่เจอ มันอะไรกันว่ะนี้
    เอาเหอะ ยังไงก็ชั่ง เดวเราก็จะต้องเอ็นกันแล้ว
    ไอ้เอ็นไมเท่าใหร่ ไอ้โดนบังคับอ่านหนังสือสิ จะตายเอา
    เดวรอดูผลงาน flash ใหม่ของเราน้า
    ชื่อว่า
    The Bullet and the love song
     
    ส่วนพวกจตุไม่ต้องเสียใจเพราะเดว flash
    ของ จตุรเทพก็จะเสดแล้ว
     
    March 26

    God be with Us

    โลกนี้มันเน่าเหม็นเกินไปแล้ว ทุกๆที่มีแต่ความโง่เง่า
    ทำไมพวกเจ้าจึงทนอยู่ในโลกนี้ได้ มันโง่เง่าทั้งหมด งี่เง่า ไร้สาระ
     
    ภายใต่สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่
    ข้าสาบานว่า จะกาจัด ทำลาย บดขยี้ และเผาผลาย
    การกดขี้ ข่มเหง ของบรรดาผู้หลงจ้น คอยทำร้ายเราด้วยอ้างว่าเป็นหน้าที่
    อาจารย์ ในโลกนี้มีอาจารย์ที่เน่าเหม็นมามากพอแล้ว
    ในโลกนี้มี กฎระเบียบมากพอแล้ว
    บัดนี้ พวกเรา จง ทำลายกฎโง่ๆนั้นซะ แล้วเดินตามชะตากรรมแห่งการทำลาย
    ภายใต่สัญญาลักษณ์นี้